การแข่งขันฟุตบอลซูซูกิ คัพ
กำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้นเมื่อหลายทีมต่างกำลังรอลุ้นผลว่าจะสามารถผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้หรือไม่ณ เวลานี้มีสองทีมเต็งที่รู้ผลเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับสายตรงข้ามของทีมชาติไทยโดยทีมชาติมาเลเซีย และเสียดนามกลายเป็นสองทีมที่ลิ่วเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ได้สำเร็จตามคาดส่วนทีมชาติไทยยังคงต้องรอลุ้นกันในวันอาทิตย์นี้ว่าจะได้ไปต่อหรือจะจอดป้ายเพียงรอบแรก

เดิมทีไทยคือตัวเต็งอันดับหนึ่งของรายการนี้เพราะขุนพลช้างศึกสร้างความยิ่งใหญ่เมื่อ 4
ปีที่่านมาด้วยการคว้าแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 ก่อนที่ปี 2016จะสามารถป้องกันแชมป์ได้สำเร็จอีกครั้งนั่นจึงไม่แปลกที่ใครๆก็ยกให้ไทยเป็นเบอร์หนึ่งในทีมเต็งที่จะคร
องแชมป์นี้ได้อีกสมัยทว่าหนทางในรอบแรกกลายเป็นเรื่องไม่ง่ายสำหรับทีมชาติไทยเมื่อต้องมาลุ้นต่อเอานัดสุดท้ายที่จะเจอทีมแกร่งไม้เบื่อไม้เมาอย่างทีมชาติสิงคโปร์

นัดแรกของทัพช้างศึกเปิดฉษกได้แบบสวยหรูเมื่อจัดการเอาชนะติมอร์ เลสเต้ ถึง 7-0
ซึ่งถือเป็นการเปิดหัวที่ดี และเรียกกำลังใจให้นักเตะได้เยอะทีเดียว
ขณะเดียวกันเกมที่สองต้งเจอกับอินโดนีเซีย ซึ่งถือว่าแข็งแกร่งใช่เล่น
เพราะพวกเขาใช้สไตล์บอลเร็วเล่นได้ดุดัน และต่อบอลกันแม่นยำ
ซึ่งอินโดนีเซียกลายเป็นฝ่ายได้เฮไปก่อนเมื่อทำประตูขึ้นนำไปในช่วงครึ่งแรก
สถานการณ์ของฝั่งไทยเปลี่ยนไปทันทีเพราะถูกคู่แข่งบุกมานำถึงที่ใครจะไม่เจ็บใจหลังจากนั้นกลายเป็นไทยได้เฮบ้างเมื่อยิงตีเสมอพร้อมพลิกสถานการณ์มาเป็นผู้นำได้สำเร็จก่อนที่เกมดังกล่าวจะจบลงด้วยสกอร์ 4-2 ที่ทำให้ไทยมีเพิ่มเป็น 6แต้มเต็มจากสองนัดที่ลงแข่งขัน แต่ประเด็นหลักอยู่ใเกมที่สามที่บุกไปเยือนฟิลิปปินส์

จริงอยู่ที่บอลสไตล๋ มิโลวาน ราเยวัช คือบอลเกมรับรอสวนโต้กลับ แต่กับคู่แข่งในอาเซียน
โดยเฉพาะฟิลิปปินส์ดูเหมือนการวางหมากของกุนซือชาวเซอร์เบียจะผิดพลาดไปนิดหน่อยเมื่อมีการปรับหมากในแดนกลางหลายรายโดยเฉพาะริมเส้นที่เปลี่ยนจาผู้เล่นตำแหน่งปีกธรรมชาติมาใช้มิดฟิลด์เป็นตัวเดินเกม ซึ่งนัดนั้นมีกองกลางมากถึง 5 รายในสนามผลก็อย่างที่เห็นไทยมีเกมที่ฝืดไม่ไหลลื่นด้านข้างแทบขึ้นบอลไม่ได้เพราะส่วนใหญ่เป็นมิดฟิลด์ตรงกลางโดยธรรมชาติกลายเป็นว่ามิติเกมรุกริมเส้นของไทยหายไปอย่างสิ้นเชิงที่สำคัญกุนซือชาวเซอร์เบียยังมาตั้งรับเหมือนเดิมที่สุดแล้วกว่าจะเอาจริงเอาจังกับการบุกก็ดูเหมือนจะสายไปเพราะควรได้ประตูขึ้นนำเร็วกว่านี้จนท้ายที่สุดหลังถูกฟิลิปปินส์ยิงตีเสมอทำเอาไม่มีเวลาให้แก้ตัวและต้องกลับบ้านโดยมีคะแนนติดมือมาแค่แต้มเดียวเท่านั้น

ส่วนเกมกับสิงคโปร์
หากไทยยังคงเน้นตั้งรับแล้วโต้กลับก็น่ากังวลเหมือนกันว่านั่นจะใช้สิ่งที่ตอบโจทย์สไตล์การเล่นของทัพช้างศึกหรือไม่